06 เมษายน 2548

 

นโยบายรัฐบาล ที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา

ครั้งก่อนผมได้พูดถึง แนวนโยบายด้านเด็กและเยาวชน ของพรรคไทยรักไทย
ที่ได้โฆษณาไว้ในช่วงก่อนเลือกตั้ง มาวันนี้น่าจะลองมาดูว่า นโยบายจริงๆ ที่
รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา มีประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนาบ้าง จะได้เป็น
แนวทางประกอบการทำข้อเสนอฯ ต่อไป

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่านนายก ได้แถลง นโยบายรัฐบาลทักษิณ 2
ต่อรัฐสภา ประกอบด้วยนโยบาย 9 ด้าน คือ
1. ขจัดความยากจน
2. พัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ
3. ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สมดุลและแข่งขันได้
4. บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
5. การต่างประเทศและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
6. พัฒนากฎหมายและส่งเสริมการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
7. ส่งเสริมประชาธิปไตย และกระบวนการประชาสังคม
8. รักษาความมั่นคงของรัฐ
9. นโยบายตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ( ดู ภาคผนวก ด้วย)

ในภาพรวมแล้ว จะเห็นว่านโยบายส่วนใหญ่ เน้นในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นด้านที่
รัฐบาลถนัดที่สุด แต่ก็จะมีนโยบายในด้านสังคมอยู่บ้างเหมือนกัน ที่ตรงกับพุทธศาสนา
มากที่สุด จะอยู่ในข้อ 2 คือเรื่องพัฒนาคนและสังคม และไปแทรกที่อื่นอีกเล็กน้อย
ดังจะเห็นได้จากในภาคผนวก เมื่อเทียบกับที่รัฐธรรมนูญมาตรา 73 บังคับไว้ว่ารัฐต้อง
"ให้ความอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ส่งเสริมความเข้าใจอันดี
และความสมานฉันท์ระหว่างศาสนิกชนของทุกศาสนา รวมทั้งสนับสนุนการนำ
หลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต"
ในภาคผนวกบอกไว้ว่า รายละเอียดอยู่ในข้อ 2 และข้อ 6 นั่นเอง

ข้อ 6 ก่อน เพราะสั้นกว่า โดยหลักก็คือเรื่อง ธรรมาภิบาล (good governance) ที่จะ
นำหลักการบริหารที่ดี ทั้งสุจริตและคุณธรรม และ ประสิทธิภาพ/ตัวชี้วัด ไปในทุกๆ
ส่วนในสังคม ก็คือเป็นการนำหลักธรรม มาสร้างคุณธรรมและคุณภาพชีวิตจริง
โดยเฉพาะในย่อหน้าสุดท้าย ระบุไว้ว่า "ในสี่ปีต่อไปนี้ รัฐบาลจะส่งเสริมให้มีการนำ
ศีลธรรมและคุณธรรมมาใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตและประกอบกิจการของ
ทุกฝ่าย โดยจะขอความร่วมมือ จากคณะสงฆ์และองค์กรหลักของทุกศาสนา"
ตรงนี้คงต้องติดตาม การดำเนินงานในเชิงรูปธรรมต่อไป ซึ่งคงยากกว่าพูดเป็นแน่

ต่อมาคือข้อ 2 มีเป้าหมายคือ "การมีสุขภาพ แข็งแรง ครอบครัวที่อบอุ่น มีสภาพ
แวดล้อมที่ดี มีสังคมที่สันติและเอื้ออาทร" โดยมีแนวทางดำเนินการคือ
- คาราวานเสริมสร้างเด็ก
- "ส่งเสริมบทบาทของคณะสงฆ์ ... ... สนับสนุนให้สื่อมวลชนร่วมมีบทบาท ...
... จะจัดให้มีสถานที่เพื่อการปฏิบัติธรรม และความสงบร่มเย็นทางจิตใจในทำนอง
เดียวกับ พุทธมณฑลให้ครอบคลุมทั่วราชอาณาจักร"
- เรียนรู้ตลอดชีวิต และ กองทุนกู้ยืมแบบ ICL
- เรียนรู้นอกระบบ แหล่งเรียนรู้ และ internet
- เขตปลอดอบายมุข และกฎหมายปราบ "อบายมุข ยาเสพติด และ สิ่งยั่วยุทางเพศ"
- เปิดโอกาสการแสดงออก ด้านวัฒนธรรม
- "... กระตุ้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบุคคลให้ ลด ละ และเลิก ..."
- กีฬา, บ้านราคาถูก, ปราบยาเสพติด, เรื่องเด็ก/สตรี/ผู้สูงอายุ, จราจร ฯลฯ

ผมดึงแบบตัดต่อบ้าง สรุปบ้าง เน้นตรงที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามากหน่อย
จะเห็นว่ามีช่องทางให้เกิดข้อเสนอเิชิงรูปธรรม ที่สอดคล้องนโยบายอยู่มากทีเดียว
ใีครที่สนใจ ลองอ่านตัวเต็มๆ หรือลองคิดรายละเอียดเิชิงรูปธรรมดูนะครับ

03 เมษายน 2548

 

แนวนโยบายเยาวชนของพรรคไทยรักไทย

youth_trt
วันก่อนคุยกับตันหยง ว่าการจะทำข้อเสนอถึงนายก ควรจะสอดคล้องกับนโยบายต่างๆ
ของรัฐบาล และพรรคไทยรักไทย ผมเลยไปค้นเจอนโยบายที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ในเชิง
ที่จะไปพัฒนาครอบครัว, เยาวชน และสร้างสังคมคุณธรรมด้วย ถ้าดูเผินๆ จะเห็นว่า
นโยบายข้อสุดท้ายตรงสุด ที่ว่าจะหารูปแบบกิจกรรมเสริมคุณธรรมที่ "โดนใจ"
แต่ถ้ามองลึกๆ แล้วเรื่องครอบครัวจะมีผลกระทบสูงกว่า เพราะแต่ไหนแต่ไร คุณธรรม
ก็ถ่ายทอดผ่านจากคนสู่คน(ไม่ใช่จากตำราสู่คน) โดยเฉพาะในครอบครัวจะมีผลมากที่สุด
ผมได้ comment ซ้อนอยู่บนภาพด้วย ลอง click เข้าไปดูได้ครับ (อยู่ใน flickr)
ใครอ่านแล้วมี idea อะไรดีๆ ก็น่าลองยกมาคุยกันดูครับ

01 เมษายน 2548

 

ระบบ blog ของ yahoo



Yahoo เพิ่งเปิดระบบ blog ไปไม่กี่วันนี้เอง และผมไปลงชื่อขอทดสอบไว้กับ Yahoo
และกับคุณ Charlene Li ซึ่งเธอเพิ่งส่ง invitation มาถึงผมเมื่อวานนี้ ระบบดังกล่าว
มีชื่อว่า Yahoo 360 ทำนองว่าเชื่อมโยงคนในทุกๆ ทิศ มีองค์ประกอบหลักๆ 3-4 อย่าง
ได้แก่

1. Blog คือมีระบบให้เขียนข้อความแบบไดอารี่ได้ เช่นเดียวกับของ Blogger
ถือได้ว่าระบบ blog เป็นฐานของ ความเป็นตัวตนในโลกออนไลน์ จะมีทั้งข้อมูล
Profile ของคนคนนั้น และ ความคิดความเห็นที่คนนั้นเขียนสะสมอยู่ใน blog
พลังของ blog อยู่ที่โอกาสของการสื่อสาร แสดงตัวตน ความคิดเห็นต่างๆ เปิดช่อง
ให้คนอื่นมารู้จักคนคนนั้น ผมจึงเชื่อว่า blog จะเป็นกลไกสำคัญ ของโลกออนไลน์

2. Social Networking คือระบบเชื่อมโยงระหว่างเพื่อน/คนรู้จัก เช่น ใน MSN
ก็มี contact list หรือในระบบอย่าง Friendster, LinkedIn ก็เป็นตัวช่วยให้เรา
จำได้ ว่าเรามีเพื่อนเป็นใครบ้าง ทำอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง และช่วยในการเจอเพื่อนใหม่
ผ่านทาง "เพื่อนของเพื่อน" (Friend-of-a-Friend) ระบบนี้พอนำมาเสริมกับ Blog
ก็ยิ่งช่วยให้คนที่อยู่ต่างที่กัน แต่ใจตรงกัน สามารถหากันเจอได้ง่ายขึ้นมาก โดย
ระบบนี้มักให้คนใส่ข้อมูล ความสนใจต่างๆ ใครที่สนใจเรื่องเดียวกัน ก็จะ add กัน
เป็น friend ในระบบ บางทียังสามารถใช้ค้นหา expertise ในแวดวง Friend ได้ด้วย

3. Photo Sharing เป็นอีกกลไกหนึ่งที่เสริมทั้งสองข้อแรก ตัวอย่างสำคัญคือ
(เพิ่งถูกซื้อโดย yahoo) ยุคนี้กล้องดิจิตอลแพร่หลายมาก ทำให้คนต้องการจัดระเบียบ
และแลกเปลี่ยนภาพกัน บางส่วนก็จะมาอยู่ใน blog และบางส่วนก็จะช่วยให้เรารู้สึกใกล้ชิด
กับคนถ่ายภาพมากขึ้น เพราะได้รับภาพสวยๆ ที่คนถ่าย share ไว้ เกิดเป็น social network

4. Recommendation เป็นกลไกสุดท้าย และเป็นกลไกที่อยู่ใกล้กับภาคธุรกิจที่สุด
จะเห็นได้ว่าสามข้อแรก เป็นเรื่องทางสังคม ที่คนจะมาคบกัน คุยกัน แลกเปลี่ยนกัน
แต่ในระบบอย่างของ Amazon หรือ Epinions สามารถเอาการพูดคุยในเรื่องผลิตภัณฑ์
มาเสริมให้คนได้ซื้อของดี ราคาถูกได้ง่ายขึ้นมาก นับเป็นเรื่องใหม่ ที่จับ Recommendation
มาเสริมกับสามข้อแรก

ที่มาเขียนเล่า ก็เพื่อจะได้เป็นช่องแลกเปลี่ยนความรู้/ความเห็นกัน ใครที่อยากลอง
ใช้ Yahoo 360 ก็แจ้งชื่อ/mail ไว้ได้ครับ ผมจะส่ง invitation ไปให้

This page is powered by Blogger. Isn't yours?